วันอาทิตย์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2554

วิถีความเป็นอยู่ของชาวเกาะพิทักษ์

ที่มา
    เราได้เดินทางไปดูงานนอกสถานที่ ที่เกาะพิทักษ์ จังหวัดชุมพร  ทางกลุ่มของข้าพเจ้าก็มีความสนใจจะศึกษาในเรื่องของวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนในเกาะพิทักษ์ ซึ่งมนุษย์เป็นเหมือนทรัพยากรที่สำคัญที่สุด จึงมีความสนใจในเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็นที่อยู่อาศัย สภาพแวดล้อม ท้องทะเลที่เป็นสิ่งสำคัญในเกาะพิทักษ์




                                           ทะเลแสนสวย ณ.เกาะพิทักษ์



พื้นที่การศึกษา
                                                                                 
                                           เส้นทางการเดินทางของเกาะพิทักษ์



     ที่อยู่เกาะพิทักษ์


ที่อยู่ปัจจุบัน คือ หมู่ที่ 14 ต.บางน้ำจืด อ.หลังสวน จ.ชุมพร เป็นหมู่บ้านเดียวของจังหวัด ที่มีพื้นที่เป็นเกาะทั้งหมด และเป็นหมู่บ้านหนึ่งที่ได้รับการประกาศให้อยู่ในโครงการ "หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์" ด้านแหล่งท่องเที่ยว






วัตถุประสงค์ในการศึกษา

1.เพื่อศึกษาวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนในเกาะพิทักษ์
2.เพื่อศึกษาที่อยู่อาศัยของคนในเกาะพิทักษ์
3.เพื่อศึกษาความสำคัญของท้องทะเลว่ามีความสำคัญต่อคนในเกาะพิทักษ์หรือไม่
4.เพื่อศึกษาสภาพแวดล้อมรอบๆเกาะพิทักษ์





ขอบเขตการศึกษา
     ศึกษาวิถีชีวิตของชาวเกาะพิทักษ์ ว่ามีความเป็นอยู่อย่างไร มีที่อยู่อาศัยและสภาพแวดล้อมแบบใด มีความสัมพันธ์ต่อท้องทะเลหรือไม่


                                                                ที่อยู่อาศัย



วิธีการศึกษา
-  โดยการศึกษาค้นคว้าหาข้อมูลก่อน
-  สอบถามชาวบ้านเพิ่มเติมเกี่ยวกับความเป็นอยู่
-  เก็บข้อมูล 
                        




ความเป็นมาเกาะพิทักษ์(หมู่บ้านอนุรักษ์ชายฝั่งทะเล)

  เกาะพิทักษ์ อยู่ชายฝั่งทะเลอ่าวไทยมีเนื้อที่ 512 ไร่ ห่างจากชายฝั่ง 1 กิโลเมตร มีเรือเป็นพาหนะใช้เวลาประมาณ 10 นาที ช่วงเดือนเมษายน-กันยายน ของทุกปีน้ำลดสามารถเดินข้ามได้ บนเกาะมีภูเขาเล็กๆ อยู่ 1 ลูก มีราษฎรอาศัยอยู่ 38 ครัวเรือน ประมาณ 235 คน อาชีพหลักคือการทำประมง ร้อยละ 90 มีเรือหาปลาทุกหลังคาเรือน และทำสวนมะพร้าวร้อยละ 10 ประกาศตั้งเป็นหมู่บ้าน เมื่อปี พ.ศ.2445 มีนายนุ้ย เดชาฤทธิ์ เป็นผู้ใหญ่บ้านคนแรก
นายอำพล ธานีครุฑ ผู้ใหญ่คนปัจจุบันเป็นผู้นำเที่ยวและเล่าให้ฟังว่า ก่อนปี พ.ศ.2445 กว่า 100 ปีที่ผ่านมา ได้มีโจรจากเกาะสมุย หนองหญ้าไซ และหนองไก่ปิ้ง แห่งละคน หนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจขึ้นมาอยู่บนเกาะ รอดพ้นคดีได้จึงนำพาครอบครัวมาอยู่ด้วย พร้อมกับสำนึกในความผิดกลับเนื้อกลับตัวนำพาครอบครัวทำมาหากินอยู่บนเกาะ ด้วยการหาปลาและทำสวนมะพร้าวเรื่อยมา จากเพียงไม่กี่คนกลายเป็นสังคมของ 4 ตระกูล คือ ตระกูล "แก้วสถิตย์" (ตระกูลแรกของหมู่บ้าน) ตระกูล "ธานีครุฑ" ตระกูล "เดชาฤทธิ์" และตระกูล "หิ้นเตี้ยน"ผู้ใหญ่อำพลเล่าถึงที่มาของชื่อเกาะนี้ไม่มีบันทึกไว้เป็นหลักฐานเป็นเพียง การเล่าขานสืบต่อกันมาว่า น่าจะมาจากเหตุการณ์ที่เล่าว่าในสมัยก่อนนั้นมีเรือสำเภาบรรทุกสินค้าผ่านมา ถึงเกาะมีเสียงตะโกนเรียกให้ขึ้นไปบนเกาะ เมื่อขึ้นไปแล้วปรากฏว่าไม่มีคนตามที่ได้ยินเสียงจึงคิดว่าเป็นเสียง "ผีทัก" หรือน่าจะมาจากเหตุการณ์ที่เล่าว่าการที่ได้มีเรือสำราญบรรทุกสินค้าและเรือ ของชาวประมงที่ออกหาปลาในท้องทะเล ยามใดที่มีลมพายุฝนตกหนักเหล่าบรรดากลาสีเรือต่างก็ใช้เกาะแห่งนี้เป็น "ที่พัก" เพื่อความปลอดภัย ทุกคนได้นำเหตุการณ์จากเรื่องที่เล่ามาทั้งหมดมาพิจารณาตั้งเป็นชื่อของหมู่บ้าน ในที่สุดทุกคนมีความเห็นว่าคำว่า "พิทักษ์" มีความหมายที่เป็นมงคล ผู้คนที่อาศัยอยู่บนเกาะจะได้รับการป้องรักษาให้รอดพ้นจากสิ่งร้ายที่จะมาทำลายได้ จึงให้ใช้ชื่อว่า "บ้านเกาะพิทักษ์" ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
                                                                                    
  
        




ลักษณะที่อยู่อาศัย




         บ้านพักเป็นลักษณะแบบยกตัวใต้ถุ่นสูงทั้งหมด เนื่องจากมีพื้นที่ติดชายฝั่งทะเลทั้งหมด เพื่อเวลาที่มีน้ำขึ้นในตอนกลางคืน จึงสร้างแบบยกตัว นอกจากนั้นบ้านพักส่วนใหญ่ของชาวบ้านก็จะเปิดเป็น home stay  เป็นธุรกิจเสริมจากการทำประมง




Home stay 





  โฮมสเตย์ เป็นที่พักสัมผัสวัฒนธรรมในแต่ละท้องถิ่น เป็นรูปแบบของการท่องเที่ยวที่คงความเป็นเอกลักษณ์ และความภาคภูมิใจในเอกลักษณ์ และวัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่น โฮมสเตย์มิได้มุ่งหมายให้เป็นการหารายได้หลัก แต่เป็นส่วนเสริมให้เกิดรายได้เพิ่มให้แก่ครอบครัวและชุมชน โดยจะมีการบริการแบบใกล้ชิด มีการพูดคุยกันอย่างเป็นมิตร เจ้าของบ้านจะต้อนรับและบริการด้วยความเต็มใจ เสมือนญาติพี่น้อง     

       



                                                       ลักษณะ home stay



ความสำคัญของท้องทะเล


          มีความสำคัญอย่างมากกับคนในเกาะพิทักษ์ เพราะเป็นทั้งที่อยู่อาศัยและที่ทำมาหากิน เป็นที่หาอาหาร ที่คนในเกาะพิทักษ์ต้องพึ่งพาอาศัยโดยขาดไม่ได้ ที่นี่ขึ้นชื่อว่าเป็นชุมชนเชิงอนุรักษ์ เพราะมีการอนุรักษ์ทรัพยากรทางธรรมชาติให้มีอยู่คงเดิม ไม่ทำลายท้องทะเลให้เสื่อมโทรมลง แต่กับทำการอนุรักษ์ โดยบำบัดน้ำที่เสียไปแล้วให้กลับสู่สภาพเดิม


ชุมชนเชิงอนุรักษ์

ชุมชน เกาะพิทักษ์ ได้ชื่อว่าเป็นชุมชนที่อนุรักษ์สภาพแวดล้อมทางทะเลได้ดีเด่น ไม่แพ้เกาะไหนๆ  ในอดีตชุมชนแห่งนี้ยังเคยได้รับรางวัลเกาะปลอดภัยจากยาเสพติดมาแล้ว ซึ่งปัจจุบันชุมชนบ้าน เกาะพิทักษ์ ยังเป็นศูนย์อนุรักษ์หอยมือเสือ และปะการังสวยงามรอบเกาะ รวมถึงเกาะใกล้เคียงอย่าง "เกาะคราม" ซึ่งตั้งอยู่ห่างจาก เกาะพิทักษ์ ประมาณ 1 กิโลเมตร  บริเวณรอบเกาะครามมีปะการังเขากวาง ปะการังสมอง หอยมือเสือ และปลาทะเลสวยงามให้นักท่องเที่ยวได้ไปชื่นชมกัน การเดินทางมาท่องเที่ยว เกาะพิทักษ์ จึงเป็นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์บนเกาะที่ชาวบ้านอยากพิทักษ์ให้งดงามไป นานๆ
และยังมีการอนุรักษ์ชายฝั่งทะเล โดยการทำน้ำจุลินทรีย์ชีวภาพ หรือน้ำ EM ขึ้นมาเพื่อบำบัดน้ำเสียให้กลับมาใสสะอาดปราศจากมลพิษเจือปน มีการทำน้ำยาอเนกประสงค์ขึ้นมาเพื่อใช้ในครัวเรือนเองอีกด้วย







วิถีชีวิตความเป็นอยู่

       มีวิถีชีวิตแบบเรียบง่าย มีความเป็นอยู่แบบพอเพียง มีน้อยใช้น้อย ชาวบ้านที่นี่บอกว่า อยู่แบบเศรษฐกิจพอเพียงตามพระราชดำริของในหลวง ไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟื่อย หาปูหาปลากินตามประสาคนชาวเล ไม่ได้ใช้จ่ายมากมาย แต่ก็มีความสุข มีการแบ่งปันซึ่งกันและกัน รักกันเหมือนพี่เหมือนน้อง ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน


                                                                  ความเป็นอยู่แบบเรียบง่าย 

                                                                         การทำลอบดักปลา

   การทำลอบดักปลาเป็นอีกหนึ่งวิถีชีวิตที่คนในเกาะพิทักษ์ทำเป็นประจำเนื่องจากมีอาชีพส่วนใหญ่ คือ การทำประมง


สภาพแวดล้อมรอบเกาะ
    เป็นเกาะเล็กๆมีภูเขารอบด้านช่วยบังพายุได้ดี   โดยด้านทิศตะวันตกเป็นที่ตั้งของชุมชนจรดไปถึงทิศใต้  ทางด้านทิศตะวันออกก็เป็นหาดที่มีบรรยากาศเงียบสงบ  เหมาะแก่การพักผ่อน  มีชายหาดยาวประมาณ 400-450 เมตร น้ำใสสะอาด  ด้านทิศเหนือของเกาะ มีจุดชมวิวสูงประมาณ 200 เมตร มีศาลาให้พักชมวิว ในวันที่อากาศดี ๆ เลยไปอีกประมาณ อีก 1กิโลเมตร เป็นเกาะคราม


ผลการศีกษา
    จากการศึกษาดูงานแล้วพบว่า ชาวบ้านมีความเป็นอยู่แบบเรียบง่ายพึ่งพาอาศัยกัน มีท้องทะเลเป็นปัจจัยหลักที่มีความสำคัญสำหรับพวกเขามากเพราะเป็นทั้งที่อยูอาศัย และที่ทำมาหากิน โดยสภาพแวดล้อมโดยรอบเป็นเกาะมีภูเขาล้อมรอบ เป็นธรรมชาติที่สวยงาม

ประโยชน์จากการศึกษา
1.ได้เรียนรู้วิถีชีวิต ที่มีความเป็นอยู่แบบเรียบง่าย
2.ได้รู้ว่าธรรมชาติเป็นสิ่งที่สวยงาม ที่ควรอนุรักษ์ไว้ซึ่งธรรมชาติ
3.ความเป็นอยู่ที่พอเพียง นั้นเกิดความสุขมากกว่าชีวิตที่ฟุ่มเฟื่อย


                                                                         คณะผู้ทำการศึกษา
                                                             นางสาววณิชยา          กูลเกื้อ  54170021
                                                             นางสาวเจนจุฬา         ดาทอง 54170069
                                                             นางสาวเสาวลักษณ์  สอาดรัตน์54170122
                                                      วิชามนุษย์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
                                                                   มหาวิทยาลัยบูรพา (บางแสน)
                                                                   คณะภูมิสารสนเทศศาสตร์
                                                                   สาขาวิชา ภูมิศาสตร์ ภาคปกติ
                                                                      อาจารย์ณรงค์   พลีรักษ์